ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่าเขามีความสงสัยในปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” มานานถึง 20 ปี ซึ่งในช่วงหลังๆ มีการอ้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยระบุว่ามีปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เกิดการก๊าซมีเทนแล้วผสมกับก๊าวฟอสฟีน (phosphine) ที่ติดไฟได้เองเมื่อสัมผัสกับก๊าซออกซิเจนในอากาศ
ข้อสรุปดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากรายงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมื่อปี 2546 และมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า บั้งไฟพญานาคนั้นเกิดจากก๊าซที่สะสมตัวแล้วลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ แล้วเผาไหม้เมื่อสัมผัสออกซิเจน แต่ก็มีนักวิชาการรวมถึงการพิสูจน์อีกมากมายที่โต้แย้งว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะกระแสน้ำในแม่น้ำโขงนั้นไหลเชี่ยว จึงไม่น่าจะมีโอกาสให้เกิดการสะสมตะกอนหมักหมมเป็นก๊าซมีเทน หรือถ้ามีการสะสมจริง ก๊าซที่เผาไหม้ก็น่าจะกระจายตัวใกล้ๆ ผิวน้ำเมื่อฟองอากาศแตกตัว ไม่ใช่ลอยขึ้นสูงอย่างที่เห็นกัน และถ้าก๊าซมีเทนผสมฟอสฟีนถูกเผาไหม้ก็จะให้สีเขียว ไม่ใช่ สีชมพูอมแดงเหมือนบั้งไฟที่เห็นกัน
| หนึ่งในภาพที่เกิดการจากการเปิดหน้ากล้องนานๆ ที่สมภาพบันทึกจากฝั่งบ้านตาลชุม จ.หนองคาย เผยให้เห็นเส้นสีแดงที่เมื่อมองด้วยตาเปล่าคล้ายบั้งไฟพญานาค |
“หรือเราตั้งคำถามผิด?” ผศ.ดร.เจษฎาตั้งข้อสงสัย และบอกว่าแทนที่จะถามว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือไม่ เราน่าจะถามว่าลูกไฟขึ้นจากน้ำจริงหรือไม่?
เพื่อตอบคำถามนี้ “สมภพ ขำสวัสดิ์” หรือ “สมภพ เจ้าเก่า” จากห้องหว้ากอ ของเว็บไซต์พันทิปจึงได้ชักชวนสมาชิกจากเว็บไซต์ดังไปร่วมพิสูจน์ โดยสมภพบอกทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า เขาตั้งคำถามนี้มาตั้งแต่ปี 2550 ว่าทำไมไม่มีใครถ่ายภาพขณะที่ลูกไฟกำลังขึ้นจากน้ำ ในปี 2551 เขาจึงเดินทางเพื่อไปบันทึกภาพปรากฏการณ์ด้วยตัวเองที่ริมน้ำโขง แต่ไม่ปรากฏบั้งไฟพญานาคขึ้นมาสักลูก แต่ในปี 2555 นี้เขาและสมาชิกทั้งหมด 4 คนได้เดินทางไปพิสูจน์อีกครั้งที่ จ.หนองคาย
| ภาพพิสูจน์บั้งไฟพญานาคใช้หลักการเดียวกันกับภาพนี้ เพื่อหาจุดกำเนิดของบั้งไฟว่าขึ้นมาจากผิวน้ำจริงหรือไม่ |
สมาชิกพันทิปจากห้องกล้องที่ชื่อ SRJ หรือ ศรม รุ้งดนัย ช่างภาพอิสระซึ่งร่วมเดินทางไปบันทึกภาพบั้งไฟพญานาคบอกทีมข่าววิทยาศาสตร์ว่าสนใจอยากไปร่วมพิสูจน์ว่าลูกไฟนั้นขึ้นจากน้ำจริงหรือไม่ ซึ่งเขาเองไม่ได้เชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์ แต่มีทักษะในการถ่ายภาพ และจะเป็นประโยชน์ต่อการพิสูจน์ข้อสงสัยดังกล่าวได้ เขาบอกว่าบริเวณที่จัดไว้ให้ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคนั้นมืดมาก และภาพที่เห็นก็เหมือนว่าลูกไฟขึ้นมาจากน้ำจริงๆแต่ภาพที่ออกกลับไม่ใช่
“มันจะเป็นอะไร จะเกิดที่ไหน ไม่รู้ หน้าที่ของผมคือต้องถ่าย (บั้งไฟ) ให้ติด ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะถ่ายไม่ติดก็ได้ ก็ต้องหาวิธีถ่ายให้ได้” ศรมกล่าว และอธิบายด้วยกว่า เขาถนัดถ่ายภาพเยอะๆแล้วนำมารวมเป็นชุดเดียวกลายเป็นภาพวิดีโอ ซึ่งจะให้รายละเอียดที่มากกว่าการบันทึกวิดีโอโดยตรง และในการถ่ายครั้งนี้เขาได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง 4 ครั้งจนได้จุดที่พอใจ และตั้งกล้องถ่ายตรงจุดนั้นตลอดทั้งคืน
การพิสูจน์ครั้งนี้ให้หลักฐานว่าลูกไฟนั้นมีจุดกำเนิดจากบนฝั่งลาว แต่ ผศ.ดร.เจษฎาซึ่งไม่ได้เดินทางไปร่วมพิสูจน์ในครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ในปีหน้าเขาจะเดินทางไปพิสูจน์อีกครั้ง และจะเชิญ นพ.มนัส กนกศิลป์ ผู้เชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเป็นฝีเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติและแยกแยะได้ว่าลูกไฟใดเกิดจากฝีมือมนุษย์ และลูกไฟใดเกิดจากธรรมชาติไปร่วมพิสูจน์ด้วย
| ภาพนี้คล้ายแหล่งกำเนิดลูกไฟมาจากน้ำ |
พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.เจษฎายังเสนอให้ใช้เทคนิคการตั้งกล้องถ่ายภาพและเปิดหน้ากล้องนานๆ เพื่อบันทึกหลักฐานการเกิดบั้งไฟพญานาค ซึ่งมีคำกล่าวอ้างว่านอกจากลำน้ำโขงแล้ว ยังมีผู้พบบั้งไฟตามหนองน้ำ คูคลองต่างๆ โดยอาจจะตั้งกล้องและเปิดหน้ากล้องนานแล้วรอบันทึกภาพทั้งคืน เพื่อเก็บหลักฐานพิสูจน์ว่าบั้งไฟพญานาคนั้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติจริง...
คลิปจากการถ่ายภาพแล้วนำมาซ้อนกันหลายๆภาพ โดย SRJ ซึ่งเผยให้เห็นลูกไฟที่พุ่งมาจากฝั่งลาว แม้ว่าขณะมองด้วยตาเปล่าเขาจะเห็นคล้ายลูกไฟขึ้นมาจากผิวน้ำ คลิปนี้บันทึกจากบ้านน้ำเป จ.หนองคาย เมื่อ 30 ต.ค.55
The Shock เรื่อง เสือสมิง - ลุงสน
The Shock เรื่อง พรานใหม่ (ภาค 2) - ลุงสน
ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ : www.manager.co.th
Create By: Pal_Pitchapong


20:23
Unknown

Posted in: