| ลืมขนาดไหน..เข้าขั้นน่าเป็นห่วง |
กล่าวได้ว่า โรคความจำเสื่อม เป็นปัญหาที่คุกคามคนไทยในหลาย ๆ ครอบครัว โดยระยะหลังเริ่มพบโรคนี้ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลง ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจผิด และมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ และกลัวการรักษา จนปล่อยให้โรคลุกลามเกินเยียวยา สำหรับผู้ที่มีอาการหลงๆ ลืมๆ มากผิดปกติอย่าได้ชะล่าใจ วันนี้ทีมงาน Life & Family มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามอ่านกันครับ
ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันโรคความจำเสื่อม ไม่ได้เริ่มเกิดในผู้ป่วยอายุ 65 ปีขึ้นไป แต่จากการศึกษาพบว่าการเกิดโรคจะเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงอายุ 40-65 ปี ซึ่งในเมืองไทยตอนนี้มีสถิติผู้ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ถึงเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งโรคนี้ เกิดจากจากความผิดปกติของเซลล์สมองถูกทำลายซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย พันธุกรรม อุบัติเหตุทางสมอง โรคหลอดเลือดสมอง โรคการติดเชื้อของสมอง โรคทางกายที่มีผลกระทบต่อเซลล์สมอง เป็นต้น
สำหรับการเกิดโรคจะเริ่มต้นจากการที่คนไม่มีอาการผิดปกติทางความจำต่อมาเริ่มมีอาการหลงลืมหรือความจำถดถอยเล็กน้อยจนกระทั่งความจำเริ่มถดถอยมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีอาการสมองเสื่อมอย่างชัดเจนโดยเริ่มมีผลกระทบต่อการดำเนินในชีวิตประจำวัน
"อัลไซเมอร์จะมีระยะเวลาการก่อโรคนาน 15-20 ปีกว่าจะมีอาการสมองเสื่อมชัดเจน การแสดงอาการของโรคจะเป็นไปอย่างช้าๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจากภาวะปกติที่ไม่มีความผิดปกติเรื่องความจำ แต่เริ่มมีการสะสมของสารเบต้าอมีลอยย์ในสมองต่อมาเมื่อมีการสะสมของสารตัวนี้มากขึ้นเรื่อยจะเริ่มมีการทำลายของเซลล์สมอง การที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการความจำถดถอยเกิดขึ้นเป็นผลจากการสะสมของสารเบต้าอมีลอยย์มาแล้ว 10-15 ปี ต่อมาผู้ป่วยถึงจะมีอาการมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีอาการสมองเสื่อมชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยและรักษาทำได้ไม่ทันท่วงที ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเพิกเฉยคิดว่าความผิดปกติทางความจำเล็กน้อยไม่ได้เป็นอาการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อม และความไม่เข้าใจที่ว่าอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เริ่มเกิดในคนสูงอายุและเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกัน และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และต้องทานยาอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต"
| ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ |
ดร.นพ.โยธิน บอกต่อไปว่า หากมีญาติที่เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ผิดปกติ เช่น ลืมทานยาประจำตัว ลืมปิดเตาแก๊ส ลืมกุญแจ ลืมปิดประตูบ้าน ลืมปิดไฟ ลืมทำในสิ่งที่เคยทำในชีวิตประจำต่างๆ มากขึ้น มีปัญหาด้านการเรียนรู้ ใครบอกอะไรไปแล้วไม่จำซึ่งแต่ก่อนไม่เป็น นึกชื่อสิ่งของไม่ออกว่าชื่ออะไร ภาวะอาการการนอนผิดปกติ หรือเห็นภาพหลอน ควรรีบพบแพทย์ระบบประสาททันที เพื่อตรวจหาสาเหตุ ทำทำการรักษาแต่เนิ่นๆ
ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปมาก มีการตรวจความผิดปกติของสมองด้วยเครื่อง PET Scan หรือการสแกนด้วยรังสี เพื่อตรวจหาความผิดปกติทางสมอง ข้อมูลทางคลีนิก การตรวจเรื่องความจำและผลจาการตรวจทาง PET scan จะสามารถยืนยันความผิดปกติได้ถูกต้องได้ถึง >90 เปอร์เซ็นต์
"การที่ผู้ป่วยรู้ตัวล่วงหน้าว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมในอนาคต จะช่วยให้ผู้ป่วยวางแผนปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต โดยเน้นการบริหารสมองด้วยการอ่านหนังสือ เล่นเกมที่อาศัยการคิดคำนวณ การพบปะพูดคุยเข้าสังคม ทั้งหมดที่สามารถช่วยชะลอ หรือทุเลาอาการเสื่อมที่จะเกิดขึ้นได้" อายุรแพทย์สมองและระบบประสาทกแนะ
ดร.นพ.โยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมด้วยเทคนิค PET Scan หรือ FDG-PET Brain ได้นำมาใช้ในการตรวจโรคอัลไซเมอร์ในการแยกโรคจากโรคสมองเสื่อมชนิดอื่นๆ เช่น Lewy body dementia, Vascular dementia และ Fronto-temporal dementia นอกจากนี้ยังใช้ในการประเมินความรุนแรงของโรคสมองเสื่อมในระยะต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ระยะกลาง และระยะท้ายของโรค
ถึงวันนี้ยังคงมีการพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้มีการค้นพบสารชนิดหนึ่งชื่อว่า "เบต้าอมีลอยด์" ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีการใช้ PET Scan โดยใช้สาร C11-PIB ( Pittsburgh Compound B) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ผู้เชี่ยวชาญให้การยอมรับในการตรวจวินิจฉัยภาวะอัลไซเมอร์เข้ามาช่วย โดยเทคนิคการตรวจด้วยสาร Pittsburgh Compound B นี้มีข้อดีคือ สามารถตรวจหาสารเบต้าอมีลอยด์ในสมองผู้ป่วยได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่ปรากฎอาการ ตลอดจนทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเจาะไขสันหลังเพื่อตรวจดูภาวะผิดปกติของโรคอัลไซเมอร์ และสามารถให้ผลการตรวจที่แม่นยำ ไม่ทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บตัว อีกทั้งสารตัวนี้มีความปลอดภัยและใช้กันในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาหรือออสเตรเลียเนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ทั้งนี้ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาทได้แนะนำวิธีดูแลตัวเองสำหรับคนที่ไม่อยากเป็นโรคอัลไซเมอร์แบบง่ายๆ ว่า ต้องหมั่นบริหารสมองตัวเองอยู่เสมอ เช่น การอ่านหนังสือเป็นประจำ ดูแลสุขภาพจิตตัวเองให้ดี เป็นคนคิดบวก พยายามไม่เครียด ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และสำหรับผู้ที่เริ่มสงสัยว่าตัวเองจะเป็นโรคความจำเสื่อม มีความเสี่ยงหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะยิ่งแพทย์สามารถพบอาการได้เร็วเท่าไรโอกาสในการยับยั้งอาการและรักษาโรคนี้ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น
นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่ทุกบ้านไม่ควรมองข้าม
Create By: Pal_Pitchapong


23:04
Unknown

Posted in: