วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ขอเตือนครั้งสุดท้าย ก่อนเจอ มะเร็งลำไส้ใหญ่



   ลองสังเกตตัวเองดูแล้วกัน ถ้าคุณมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อย อุจจาระมีก้อนเล็กลงหรือมีมูกเลือดปน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือผอมซูบซีด อย่านิ่งนอนใจ เพระนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ ที่กำลังทำลายสถิติคุกคามชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง
       
       คุณหมอยุทธนา ศตวรรษธำรง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บอกกับเราว่าในปี 2552 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ในประเทศไทยมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นอันดับที่ 3 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด ในจำนวนนั้น 14 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขของผู้ชาย และอีก 8 เปอร์เซ็นต์ เกิดกับผู้หญิง แต่ไม่ใช่ว่าผู้ที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยแล้วว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะลงเอยด้วยการสูญเสียชีวิตเสมอไปนะ เพราะวันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่ง‘รักษาให้หายขาดได้
       
       ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลโดยตรงคือ กรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการบริโภคที่มีสารก่อมะเร็งเป็นประจำ จำพวกเนื้อแดง อาหารปิ้งย่าง รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ โดย 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือผู้มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป
       
       ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นผู้ป่วยอาจไม่มีอาการให้เห็น แต่เราก็สามารถสังเกตสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ได้จากความเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายได้ เป็นต้นว่า ถ้าคุณมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อย อุจจาระมีก้อนเล็กลงหรือมีมูกเลือดปน ร่วมกับอาการทางร่างกาย เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือผอมซูบซีด เราแนะนำว่าควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายทันที
       

       “การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้ผลดีที่สุดซึ่งเราแนะนำให้คนไข้ทำเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป คือการส่องกล้อง (Colonoscopy) ซึ่งสามารถตรวจดูลักษณะภายในของลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ทั้งหมด ในตัวกล้องจะมีช่องสำหรับดูดน้ำ รวมถึงช่องใส่อุปกรณ์ในการรักษาและตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำมาตรวจ ส่วนวิธีการตรวจก็ไม่ต้องใช้เวลามากเพียงทานยาระบายก่อน 1 คืนเพื่อให้อุจจาระใสเกลี้ยงขึ้น แล้วเมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะให้ยานอนหลับ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการตรวจราว 20-30 นาที ไม่มีอันตรายหรือความเจ็บปวดใดๆ”
   หลังการส่องกล้องแล้วพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก แพทย์จะดำเนินการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ตรวจวัดระยะอาการและแสดงตำแหน่งของเซลล์มะเร็งว่ากระจายไปมากน้อยขนาดไหน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ เพราะจะมีผลต่อการวางแผนกำหนดวิธีการรักษาในลำดับถัดไป
       
       “แม้ว่าการตรวจผ่านกล้องจะพบว่ามีลักษณะของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อยืนยันอีกครั้ง มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบตั้งแต่ในระยะแรกๆ เราสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด ซึ่งทำได้ทั้งการผ่าตัดใหญ่ คือการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อเข้าไปตัดลำไส้ส่วนที่มีเซลล์มะเร็งออกทั้งหมด หรืออีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งใช้กับผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งขนาดเล็กและยังไม่กระจายไปยังตำแหน่งอื่น ข้อดีของวิธีนี้คือแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กแค่ประมาณ 1 เซนติเมตร ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยลงและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
       
       “ส่วนกรณีที่คนไข้มาพบแพทย์ช้าหรือมาในขณะที่อาการของโรคปรากแล้ว เช่นเนื้องอกโตมากจนขัดขวางทางเดินของลำไส้ หรือบางรายอาจขยายปิดทางเดินในลำไส้ใหญ่จนเกิดการอุดตัน ขับถ่ายไม่ได้ เราจะผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกทันทีไม่ได้ เรามีวิธีการพิเศษ 2 วิธี คือ 
หนึ่ง ผ่าตัดเปิดหน้าท้องแล้วให้คนไข้ระบายอุจจาระออกทางหน้าท้องให้หมดก่อน จากนั้นจึงตัดเนื้องอกออกแล้วต่อลำไส้กลับเหมือนเดิมได้ 
สอง คือการส่องกล้องไปยังจุดที่อุดตัน แล้วถ่างบริเวณที่มีเนื้องอกออก เสร็จแล้วจึงใช้ยาระบายล้างลำไส้จนสะอาดขึ้นและมีขนาดเล็กลง หลังจากนั้นสองวันเราก็ผ่าตัดเนื้องอกได้เลย 
ข้อดีของวิธีนี้คือคนไข้ไม่ต้องใส่ถุงหน้าท้อง และไม่ต้องให้ยาเคมีบำบัด 
แต่ข้อเสียก็คือความยากในการทำ เพราะบริเวณลำไส้ส่วนที่อุดตันอยู่จะมีสภาพเปื่อยยุ่ซึ่งง่ายต่อการฉีกขาดหรือทะลุได้เมื่อใส่เครื่องมือเข้าไป ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะที่ 3-4 ซึ่งโรคลุกลามไปมากแล้ว การรักษาก็จำเป็นต้องใช้การให้ยาเคมีบำบัดและการฉายแสงร่วมกับการผ่าตัดควบคู่กันไป”
       

       นอกจากการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ควรเริ่มต้นเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไปแล้ว คุณหมอยุทธนายังแนะนำเพิ่มเติมว่า กรรมพันธุ์คือปัจจัยเสี่ยงอันดับต้น ดังนั้นผู้ที่มีาติพี่น้องที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองปีละ 1 ครั้งตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ยิ่งผู้มีความเสี่ยงมากก็ควรเข้ารับการตรวจตั้งแต่อายุ 20 ปี หากตรวจไม่พบมะเร็งแต่มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ก็ควรส่องกล้องซ้ำทุ 1-3 ปี เพราะติ่งเนื้อสามารถเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งได้

       
       รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าชะล่าใจ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้เร็วรักษาได้...

The Shock Vol 2 เขตป่าช้า


ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ : www.manager.co.th
Create By: Pal_Pitchapong





 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Justin Bieber, Gold Price in India